วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ความเดือดดาลในกระแสเสียง(ของข้าพเจ้าคนอ่าน)


ก่อนอ่าน

หนังสือเรื่อง ความเดือดดาลในกระแสเสียง The sound and The fury ก่อนอ่านเขาบอกว่า คนเขียนเก่งมาก เขียนแนะนำหนังสือไว้อย่างนี้ วิลเลียม โฟลคเนอร์ นักเขียนอเมริกันผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานแห่งวงการวรรณกรรมโลก นวนิยายและเรื่องสั้นของเขามีลูกเล่นแพรวพราว ทั้งในด้านเนื้อนาการสร้างตัวละคร และวิธีการเล่าเรื่องที่เรียกกันว่า กระแสสำนึก ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ไพรส์ถึงสองครั้ง และเข้ารับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี ค.ส. 1950 นักอ่านทั่วโลกรู้จักและยอมรับว่าเป็นมรดกแห่งวัฒนธรรมการอ่านตั้งแต่ยุคสมัยใหม่จนถึงปัจจุบัน”
ผมก็เลยโอเค ลองอ่านดูซิ เปิดดู ไม่มีคำนำ ไม่มีสารบัญ ไม่มีชื่อบท แต่ละบทเป็น วันเดือนปี คล้ายบันทึกประจำวัน ไม่มีอะไรให้เชื่อมโยงซักเท่าไหร่ ไม่เป็นไรอ่านเลยแล้วกัน

 หลังอ่าน

          หลังจากอ่านไปสองชั่วโมง อารมณ์มาเต็ม ทั้งอึดอัด กดดัน โมโหโทโส น้อยเนื้อต่ำใจ มาพร้อมกัน ๆ ทำไมเราโง่ขนาดนี้เลยหรือ จับประเด็นอะไรไม่ได้เลย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อ่านหนังสือแล้วไม่รู้เรื่องจริงเลย จับประเด็นอะไรไม่ได้  ไม่รู้อะไรจริง ๆ แม้จะอ่านจบไปบทหนึ่งแล้ว ทนไม่ไหวพลิกไปอ่านบทสุดท้าย ก็ยังไม่รู้เรื่อง จนต้องยอมแพ้เลิกอ่านในที่สุด ขณะที่กำลังคิดวนเวียนวางไม่ลง ก็ “ตู้ม!!! ” ขี่จักรยานอยู่ตอนกลางคืน ทางเลี้ยวไม่ได้ลดความเร็ว เลยแหกโค้ง เอาอกกระแทกพื้น หลังจากนั่งจุก และงงอยู่เป็นนาที จึงค่อยๆ ลุกขึ้น เจ็บทั้งกายและใจ โกรธด้วย คิดว่างานนี้ต้องด่า พรุ่งนี้เช้าจะเข้าไปคอมเม้นท์ด่า 
พอเช้ารีบมาที่คอมพิวเตอร์ เซิร์ทหาชื่อหนังสือ กับเฟสของสำนักพิมพ์ จึงได้อ่านเรื่องย่อที่เขาโพสต์เอาไว้จากหลาย ๆ ที่ เขาว่า เป็นเรื่องของ ความคิดหรือ กระแสสำนึกของคนในครอบครัวคอมป์สัน ตั้งแต่น้องเล็กสุดเบนจี้ ที่เป็นปัญญาอ่อนและพูดไม่ได้ เรียงลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเป็นอดีตหรือปัจจุบันโยงกันวุ่นหมด ความคิดเศร้าโศกพรั่งพรูของเควนติน พี่ชายคนโตที่กำลังจะฆ่าตัวตาย  และความคิดความโกรธเกรี้ยวของเจสัน โทษทุกอย่างที่ทำให้ชีวิตบัดซบ 
เอ่อ… ผมเข้าใจแล้วครับ ผมก็ลืมนึกไป ชื่อหนังสือก็บอกอยู่แล้ว และพออ่าน ก็ได้อารมณ์ดั่งเขานำเสนอจริง มันคือความเดือดดาลในกระแสเสียง (ของคนอ่าน) นั่นเอง ทำให้นึกถึงอะไร ๆ บางอย่างที่คล้าย ๆ กับเรื่องนี้ คือ หนังเรื่อง Marry is happy หนังรางวัล ซึ่งทำมาจากข้อความในทวิตเตอร์ ของเด็กสาวคนหนึ่งมาทำเป็นหนัง โหดมาก เป็นความคิดความรู้สึกผ่านข้อความสั้น  ดูไม่จบเหมือนกัน ขอคารวะครับ ถือว่าเป็นหนังสือที่ประทับใจ แม้ว่าจะอ่านไม่จบ และไม่คิดกลับไปอ่านต่อก็ตาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น